กาญจนบุรี สังขละบุรี Part1
posted on 15 Jul 2009 08:43 by dusit21 in Travelสังขละบุีรี ด่านเจดีย์สามองค์
วัดวังก์วิเวการาม (หลวงพ่ออุตตะมะ) เจดีย์พุธคยา
ขออนุญาตแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลมากจากกรุงเทพมากนัก
เหมาะสำหรับไป
2-3วัน แต่ก็อาจจะยังเที่ยวได้ไม่หมดนะนั้นก็คือจังหวัดกาญจนบุรี
คำขวัญประจำจังหวัด:
แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก
สภาพทั่วไป
กาญจนบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 128 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 19,483
ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศส่วนใหญ่ เป็นป่า โดยเฉพาะชายแดน ที่ติดกับพม่า ยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบ
ซึ่งมีสัตว์ป่านานาชนิด อาศัยอยู่ เป็นจำนวนมาก
ที่ตั้งและอาณาเขต
กาญจนบุรี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๐ อำเภอ และ ๓ กิ่งอำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอพนมทวน
อำเภอไทยโยค อำเภอสังขละบุรี อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง
อำเภอทองผาภูมิ กิ่งอำเภอด่านมะขามเตี้ย กิ่งอำเภอหนองปรือ และกิ่งอำเภอห้วยกระเจา
จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทยห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 129 กม. มีเนื้อที่ประมาณ 19,483.148 ตร.กม. หรือประมาณ 12,176,967.5 ไร่
มีอาณาเขต ติดต่อ ดังนี้
ทิศเหนือ จด จังหวัดตากและจังหวัดอุทัยธานี
ทิศใต้ จด จังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันออก จด จังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม
ทิศตะวันตก จด ประเทศสหภาพพม่า
แต่วันนี้เราจะเดินทางไปที่สุดชายแดนตะวันตก สังขละบุรี เมืองสามหมอกดินแดนสามวัฒนธรรม เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์
เมืองที่มีความงามหลากหลายทาง เชื้อชาติและวัฒนธรรม ของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์
ทั้งมอญ กระเหรี่ยง ไทย ลาว พม่า ฯลฯ สังขละบุรี เป็นเมืองสำคัญหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์...สงคราม...ด่านเจดีย์ ทางรถไฟสายมรณะ
การเดินทางของคณะผมและเพื่อนๆดูอาจจะเป็นระยะทางไม่ไกลมาก แต่ว่าจากออกพ้นตัวเมืองการเดินทางค่อนข้างเดินทางทางลำบากเพราะว่าทางเป็น ทางคดเขี้ยวอยู่ในหุบเขาที่มีทางลาดชันมากต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง เราจึงตัดสินใจออกจากกรุงเทพกันแต่เช้า ผมทำเวลา จากกรุงเทพถึงตัวเมืองไม่นานมากเพราะว่าเราออกแต่เช้าประกอบกับรถโล่งผมจึง ทำความเร็วได้ดีใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 20 นาที เราแวะทานข้าวกันในเมืองไม่นานเพราะว่าต้องเดินทางกันอีกไกลผมก็ตกพร่ำๆ เราออกจากเมืองเดินทางเข้าอำเภอศรีสวัสดิ์ ตอนสายๆๆราว 10โมง เดินทางต่อจนเข้าอำเภอ ทองผาภูมิการเดินทางจากนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาเพราะว่ามันขึ้นเขาลงเขาและ ชันมาก สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม มองเห็นทัศนียภาพที่งดงาม อำเภอสังขละบุรีมีชาวมอญอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" คือบริเวณที่ลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่ และห้วยรันตี ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
การเดินทางของคณะผมและเพื่อนๆๆมาแวะพักกันที่ทางก่อนเข้าหุบเขาเดินทางสู่ สังขละเพราะจากนี้ไปทางดีนะแต่มันชันมากก็ตัวเองขับไปหนที่ 2 ยังเกรงเลย ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ก็มาถึงแล้วแต่เราแวบกันไปที่ด่านเจดีย์ 3องค์ตรงชายแดนกันก่อนไปหาข้าวกินไปถ่ายรูปไปซื้อของกัน เหนื่อยมากฝนก็ยังตกอยู่ ที่นี่เค้าจะมีตลาดพลอย ตลาด เครื่องประดับ ขายเหล้าขายบุหรี่ ตลาดเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ฝั่งพม่าบ้างฝั่งไทยบ้างของพวกนี้ถ้าจะซื้อกัน จริงๆ ถามร้านว่าเค้าออกใบให้ผ่านที่ด่านด้วยก็จะดีนะเพราะว่าขาออกเราต้องผ่าน ด่านตรวจของผิดกฎหมาย ออแบบไปเห็นเป็นคนพม่าเค้าก็จะเอากล้วยไม้ป่าฝั่งเค้ามาขายแล้วมีร้านหนึ่ง เค้ามีน้ำมันเลียงผา หัวเลียงผา ขายด้วยแต่ของพวกนี้ในบ้านเราผิดกฎหมายชัวร์จะซื้อกันก็ต้องระวังนะครับ
ภาพนี้คือด่านพระเจดีย์สามองค์สุดชายแดนตะวันตกของแผ่นดินไทย
เขตสิ้นสุดชาย แดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดน พม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดัง ที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าใน อดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า) ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสังขละบุรี โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335
หลังจากนั้นเราก็นั่งกินข้าวรอฝนหยุด แล้วเราก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก คืนนี้เราพักที่ ซองกาเลียรีสอร์ท ริเวอร์ฮัท แอนด์ รีสอร์ท อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ที่ตั้ง 34/1 หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
บริการที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 08-1834-5660, 034-595023-4, Fax: 034-595024
เว็บไซต์ http://www.songkhaliaresort.com/
รูปที่พักครับ
ภาพนี้จะเป็นแบบห้องที่ผมพักครับ
ภาพบรรยากาศริมน้ำ
แดดมันไม่ค่อยจะมีดูอืมครึมไปหน่อย
พอดีเจ้าของเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีนะครับที่พักของเค้าจะมีแบบแพ แบบบ้านที่ยื่นออกไปในน้ำส่วนพวกเราอยู่แบบบ้านที่ยื่นออกไปในน้ำ มีระเบียบชมอาทิตย์ขึ้นและตก ของเค้าราคาไม่แพงสนับสนุนถ้าใครมีโอกาสไปลองไปพักดู ครับหลังจากนั้นก็ไปเก็บของในห้องและเราจะไปนมัสการหลวงพ่ออุตตะมะเพื่อความ เป็นสิริมงคลชีวิต มาถึงที่นี่แล้วไม่ไปไม่ได้ก็จากที่พักเราก็เดินทางประมาณ 10นาทีพอดีช่วงที่เราไปเค้ากำลังบูรณะกันอยู่เพราะเดือนหน้าจะมีงานครบรอบ วันมรณภาพของท่านครบ 1 ปี พอดีช่วงนี้คนเลยไม่ค่อยมี
ภายในอุโบสถ
วัดวังก์วิเวการาม อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้าน เรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัด เตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด
รูปวัดพอดีช่วงที่ไปเค้ากำลังบูรณะกันยกใหญ่
เดิมที่วัดของท่านไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ว่ามีการสร้างเขื่อนทำให้ต้องย้ายวัด ชาวบ้านย้ายที่อยู่ขึ้นมาแล้วปัจจุับันวัดเดิมก็อยู่ใต้น้ำไปกลายเป็น เมืองบาดาล ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิมที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมก้นสร้างขึ้น เมื่อปี 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้ง วัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี ในช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจนและสามารถนั่งเรือ ไปเที่ยวชมได้ แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่า นั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ ในชื่อเมืองบาดาล
ถัดลงมาจากวัดไม่ไกลมากนักคือเจดีย์พุธทคยาเป็นองค์จำลองที่สร้างขึ้นแบบศิลป์มอญและพม่าผสมกันอย่างลงตัว
ขอจบ Part 1ก่อนจ้าพอดีงานเข้าแล้วจะรีบมาเขียนต่อ
edit @ 15 Jul 2009 08:57:38 by Dusit (Joe)
edit @ 15 Jul 2009 08:59:46 by Dusit (Joe)
edit @ 15 Jul 2009 09:00:30 by Dusit (Joe)
edit @ 15 Jul 2009 09:01:19 by Dusit (Joe)
edit @ 15 Jul 2009 09:06:36 by Dusit (Joe)
อยากไปชมด้วยตาตัวเองจังเลย
#1 By tamania on 2009-07-15 13:34